ราคาบอลอัพเดท วิธีดูค่าน้ำ ราคาไหล และรายชื่อเว็บอัตราต่อรองบอลที่น่าเชื่อถือ

ตารางราคาบอลอัพเดทล่าสุด จากเว็บรับเดิมพันชั้นนำที่นำเสนออัตราต่อรองบอลที่น่าเชื่อถือสูงสุดปี 2023 พร้อมลิงค์เพื่อเช็คและเปรียบเทียบค่าน้ำจากหลายแพลทฟอร์มแทงบอลออนไลน์มาตรฐานสูง

อัตราต่อรองบอลที่น่าเชื่อถือ 2023 อัปเดตรายวัน

ราคาบอล หมายถึงอะไร? มีวิธีดูและคำนวณอย่างไร พบคำตอบเกี่ยวกับอัตราต่อรองบอล ไขข้อสงสัยราคาบอลไหล และทำความรู้จักกับค่าน้ำบอลบนเว็บรับพนันกีฬาออนไลน์ชั้นนำ พร้อมวิธีการใช้ประโยชน์จากตัวเลขเหล่านี้วิเคราะห์ทิศทางของเกมไปพร้อมๆ กับ Sports Ball Thai ที่นี่

ราคาบอล รวมทุกข้อมูลที่คุณต้องรู้ ความหมาย ความสำคัญ

ราคาบอล คืออะไร? ราคาบอล (อัตราต่อรองบอล) ในรูปแบบของการพนันในประเทศไทยและเอเชีย หมายถึง ตัวเลขที่เจ้ามือรับพนันกำหนดขึ้น เพื่อเพิ่มความสมดุลให้กับความสามารถของทีมฟุตบอลแต่ละทีม ซึ่งเราจะพบได้ในตลาดพนันที่เรียกว่า "เอเชียนแฮนดิแคป" ยกตัวอย่างเช่น ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอร์มและผลงานดีกว่า เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทำให้ในแมตช์ที่ทั้งสองพบกัน เจ้ามือรับเดิมพันจะต้องกำหนดตัวเลขขึ้นมา เพื่อให้ทีมที่เก่งกว่าอย่าง แมนฯ ซิตี้ ต่อให้กับ เชฟฟิลด์ฯ และเพื่อให้เห็นภาพและตำแหน่งการดูราคาบอลบนเว็บรับเดิมพันกีฬาชั้นนำ เรามีตัวอย่างจาก M88 มาให้คุณติดตามพร้อมกัน ด้านล่างนี้

ราคาบอลเอเชียนแฮนดิแคป ดูตรงไหน? 

ตัวเลขในกรอบ "ราคาบอล" คืออัตราต่อรองหรือที่เรียกกันว่าแต้มต่อ โดยเจ้ามือรับพนันจะกำหนดราคาบอลไว้ให้กับทีมที่เป็นต่อในนัดนั้นๆ ซึ่งตัวเลขแต่ละชุดก็จะมีความหมายในการคำนวณเงินที่คุณอาจได้หรือเสียจากการเดิมพัน ดังนี้

ตารางคำนวณราคาบอล เลขไหนหมายความว่าอย่างไรในการเดิมพัน

ราคาบอลพนันทีมต่อพนันทีมรอง
0.0 (ต่อเสมอ)
  • ชนะกินเต็ม
  • แพ้เสียเต็ม
  • เสมอเท่าตัว
  • ชนะกินเต็ม
  • แพ้เสียเต็ม 
  • เสมอเท่าตัว
0-0.5 หรือ 0.25 
  • ชนะกินเต็ม
  • แพ้เสียเต็ม
  • เสมอเสียครึ่ง
  • ชนะกินเต็ม 
  • แพ้เสียเต็ม 
  • เสมอกินครึ่ง
0.5 (ต่อครึ่งลูก)
  • ชนะกินเต็ม
  • แพ้เสียเต็ม 
  • เสมอเสียเต็ม 
  • ชนะกินเต็ม
  • แพ้เสียเต็ม
  • เสมอเสียเต็ม
0.5-1 หรือ 0.75
  • ชนะ 2+ ลูกกินเต็ม
  • ชนะ 1 ลูกกินครึ่ง
  • เสมอเสียเต็ม
  • แพ้เสียเต็ม
  • ชนะกินเต็ม
  • เสมอกินเต็ม
  • แพ้ 1 ลูกเสียครึ่ง
  • แพ้ 2+ ลูกเสียเต็ม
1.0 (ต่อหนึ่งลูก)
  • ชนะ 2+ ลูกกินเต็ม
  • ชนะ 1 ลูกเท่าตัว
  • เสมอเสียเต็ม
  • แพ้เสียเต็ม
  • ชนะกินเต็ม
  • เสมอกินเต็ม 
  • แพ้ 1 ลูกเท่าตัว 
  • แพ้ 2+ ลูกเสียเต็ม
1-1.5 หรือ 1.25 
  • ชนะ 2+ ลูกกินเต็ม
  • ชนะ 1 ลูกเสียครึ่ง
  • เสมอเสียเต็ม
  • แพ้เสียเต็ม
  • ชนะกินเต็ม
  • เสมอกินเต็ม
  • แพ้ 1 ลูกกินครึ่ง 
  • แพ้ 2+ ลูกเสียเต็ม
1.5 (ต่อลูกครึ่ง)
  • ชนะ 2+ ลูกกินเต็ม
  • ชนะ 1 ลูกเสียเต็ม 
  • เสมอเสียเต็ม 
  • แพ้เสียเต็ม
  • ชนะกินเต็ม
  • เสมอกินเต็ม
  • แพ้ 1+ ลูกเสียเต็ม
1.5-2 หรือ 1.75
  • ชนะ 3+ ลูกกินเต็ม
  • ชนะ 2 ลูกกินครึ่ง
  • ชนะ 1 ลูกเสียเต็ม
  • เสมอเสียเต็ม
  • แพ้เสียเต็ม
  • ชนะกินเต็ม
  • เสมอกินเต็ม
  • แพ้ 1 ลูกกินเต็ม
  • แพ้ 2 ลูกเสียครึ่ง
  • แพ้ 3+ ลูกเสียเต็ม

ค่าน้ำบอล ประเภท และวิธีคำนวณการจ่ายเงิน 

ค่าน้ำบอล (ราคาน้ำ) ในความเข้าใจของนักพนันหลายๆ คน อาจจะหมายถึงค่าธรรมเนียม (หรือบางคนอาจเรียกว่าค่าต๋ง) ซึ่งในความหมายตามจริงแล้ว ค่าน้ำบอลก็หมายถึง อัตรา (ตัวเลข) ที่เจ้ามือกำหนดขึ้นให้กับแต่ละทีม หรือแต่ละตลาดพนัน เพื่อใช้คำนวณกับจำนวนเงินที่ผู้เล่นวางเดิมพัน ก็เพื่อที่จะได้รู้ว่า หากพนันชนะจะได้เงินเท่าไหร่ นั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการพนันฟุตบอลเป็นกิจกรรมที่มีอยู่ทั่วโลก ดังนั้น วิธีการคำนวณเงินหรือค่าน้ำจึงแตกต่างกันออกไปตามความนิยมของแต่ละพื้นที่ โดย 3 ประเภทค่าน้ำบอลที่เป็นที่รู้จักและนิยมสูงที่สุด ได้แก่ ค่าน้ำมาเลย์, ค่าน้ำฮ่องกง และค่าน้ำยุโรป ซึ่ง "ค่าน้ำมาเลย์" (MY) คืออัตราที่ผู้เล่นในไทยและเอเชียนิยมใช้มากที่สุด และเป็นที่มาของ "ค่าน้ำดำและค่าน้ำแดง" ด้วย ไปดูคำอธิบายพร้อมกัน ด้านล่าง

ราคาน้ำดำ ราคาน้ำแดง ในค่าน้ำแบบมาเลย์ คืออะไร? 

ความพิเศษของราคาน้ำแบบมาเลเซียอยู่ตรงที่ระบบจะแยกค่าน้ำออกเป็น 2 แบบ เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ให้ผู้เล่นเข้าใจการจ่ายเงิน ซึ่งเราจะสังเกตเห็นราคาน้ำดำ หรือน้ำแดงได้ง่ายๆ จากตัวเลขค่าน้ำบอลแต่ละคู่ คือ ถ้าเลขสีแดง มาพร้อมเครื่องหมายลบ ก็จะเท่ากับค่าน้ำแดง ส่วนถ้าเลขสีดำ (หรือสีปกติ) ก็จะเท่ากับค่าน้ำดำ ซึ่งแต่ละน้ำมีความหมาย ดังนี้

ตัวอย่างค่าน้ำเดิมพัน 2000 บาทแล้วถูกเดิมพัน 2000 บาทแล้วผิด

ค่าน้ำแดง -0.89

  • ได้ทุนคืน + กำไร 1 เท่า
  • 2000+2000 ได้ 4000 บาท
  • เสียตามจำนวน
  • 2000x(0.89) เสีย 220 บาท
ค่าน้ำดำ 1.82
  • ได้ตามจำนวน
  • 2000x1.82 ได้ 3640 บาท
  • เสียเต็ม
  • เสีย 2000 บาท

จากคำอธิบายด้านบน ทำให้เราเข้าใจได้ว่า ค่าน้ำทั้ง 2 แบบที่ถูกสร้างขึ้นในราคาแบบมาเลเซียนั้น นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้นักเดิมพันเข้าใจตลาดและการจ่ายเงินได้รวดเร็วขึ้นแล้ว การค้นหาราคาน้ำแดง (ค่าน้ำติดลบ) ยังเป็นอีกหนึ่งหนทางในการทำกำไรเท่าตัวจากการเดิมพันฟุตบอลเช่นกัน

รู้จักราคาไหล ประเภท และเบื้องหลังการเปลี่ยนเรท

หากคุณอยากรู้รายละเอียดดีๆ เกี่ยวกับราคาบอลและค่าน้ำในเชิงลึก ตามเรามาดูกันในหัวข้อนี้ เพราะเรากำลังจะพาคุณไปพบกับคำอธิบายเกี่ยวกับ "ราคาบอลไหล" โดยแชร์ตั้งแต่ลักษณะ ไปจนถึงที่มาที่ไปของการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำอัตราตัวเลขดังกล่าว

ราคาบอลไหล คืออะไรกันแน่? 

คำจำกัดความง่ายๆ ของราคาบอลไหล ก็คือ การเปลี่ยนแปลงราคาบอล หรือตัวเลขราคาน้ำที่เจ้ามือรับพนันนำเสนอให้กับผู้เดิมพันในแต่ละตลาด เนื่องจากมีปัจจัยหลายๆ ข้อเข้ามาเกี่ยวข้อง และส่งผลให้ความน่าจะเป็นของผลลัพธ์การแข่งขันเปลี่ยนไปจากที่เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งเราจะพบราคาบอลไหลได้ในช่วงที่การแข่งขันได้เริ่มขึ้นแล้ว (พนันบอลสด)

ราคาบอลไหล

ลักษณะการไหลของค่าน้ำก็จะมี 2 แบบ ได้แก่ ราคาไหลขึ้นและราคาไหลลง ซึ่งการที่ราคาน้ำไหลขึ้น หมายถึง ค่าน้ำที่สูงขึ้น และผู้เดิมพันมีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น ส่วนราคาน้ำไหลลง ก็หมายถึง โอกาสกำไรก็จะน้อยลง นอกจากนี้ เรายังมีวิธีการสังเกตราคาไหลบนแพลตฟอร์มรับพนันออนไลน์ชั้นนำรายใหญ่ๆ นั่นก็คือ ลูกศรสีเขียว หรือลูกศรชี้ขึ้น หมายถึง ราคาไหลขึ้น ส่วนลูกศรแดง หรือลูกศรชี้ลง ก็คือราคาไหลลง

ทำไมราคาบอลถึงไหล?

โดยภาพรวมแล้ว ราคาบอลไหลเกิดขึ้นจาก 2 สาเหตุหลักๆ ได้แก่  

  • ราคาต่อรองบอลไหลตาม "สถานการณ์ในสนาม" กรณีตัวอย่าง ได้แก่ ฟอร์มของทีมนั้นๆ ที่อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่เจ้ามือคาดการณ์ไว้ในตอนแรก รวมถึง สถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การถูกใบเหลือง, ใบแดง, นักเตะบาดเจ็บ, สภาพอากาศ ฯลฯ ซึ่งการไหลลักษณะนี้จะทำให้ผู้เดิมพันสามารถมองเห็นทิศทางของการแข่งขันนัดนั้นๆ ได้ชัดขึ้น
  • ราคาต่อรองบอลไหลตาม "ปริมาณที่ผู้เล่นพนัน" ยกตัวอย่างเช่น หากมีผู้เล่นเดิมพันว่า แมนฯ ซิตี้ จะชนะ แมนฯ ยู จำนวนมาก ก็อาจจะทำให้ราคา แมนฯ ยู ชนะ แมนฯ ซิตี้ เพิ่มสูงขึ้น เพื่อเป็นการดึงดูดผู้เล่นให้พนันอีกข้างหนึ่งมากขึ้น และสร้างความสมดุลให้กับเจ้ามือ (เพราะเจ้ามือมีโอกาสต้องจ่ายให้กับผู้เล่นที่ชนะพนันจำนวนมากนั่นเอง) 

หลายๆ ครั้งที่ผู้เล่นมืออาชีพหลายคนใช้การสังเกตอัตราต่อรองบอล รวมถึงราคาไหล เพื่อคาดการณ์ผลการแข่งขัน แต่อย่างไรก็ตาม ตามที่เราได้อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ หากราคาไหลหรือการเปลี่ยนแปลงค่าน้ำไม่ได้เกิดขึ้นจากสถานการณ์ของแมตช์ แต่เป็นการปรับอัตราโดยเจ้ามือรับพนัน ผู้เดิมพันจะต้องคอยติดตามเกมในสนามอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง และคาดการณ์ผลการแข่งขันได้ใกล้เคียงกับความจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

เทียบราคาน้ำ บิลเดี่ยว vs. บอลชุด วางเงินเท่ากัน แต่รางวัลต่าง

ความซับซ้อนของราคาต่อรองบอลยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สำหรับผู้เล่นมือใหม่ ยังมีสิ่งสำคัญที่คุณต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างของราคาต่อรองบอลในการพนันบิลเดี่ยว และบิลชุด (บอลชุด) ซึ่งเราเชื่อว่าหลังจากที่คุณได้รู้ข้อมูลนี้แล้ว อาจทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า "ทำไมหลายๆ คนจึงนิยมพนันบอลชุดมากกว่าบอลเดี่ยว" 

บนภาพตัวอย่าง ราคาน้ำจากแมตช์เดียวกัน (บนเว็บพนัน Fun88) เปรียบเทียบระหว่างบิลเดี่ยวและบอลชุด เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในตลาดทายผลแพ้ชนะ เอเชียนแฮนดิแคป ที่อัตราต่อรอง -0.25 เท่ากัน แต่ค่าน้ำต่างกันถึง 1.00 ซึ่งในทางปฏิบัติ สำหรับผู้เดิมพัน ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน หากพนันถูกแล้วนำราคาน้ำมาคำนวณ เงินรางวัลที่ได้นั้นค่อนข้างแตกต่างกัน ดังนี้

  • บิลเดี่ยว วางเงิน 1000 บาท ข้างทีมเหย้า ค่าน้ำ 1.13 ถ้าชนะแบบกินเต็ม 1000 x 1.13 ได้เงิน 1130 บาท
  • บอลชุด วางเงิน 1000 บาท ข้างทีมเหย้า ค่าน้ำ 2.13 ถ้าชนะแบบกินเต็ม 1000 x 2.13 ได้เงิน 2130 บาท

นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่แฟนบอลมักนิยมพนันบอลชุดมากกว่าบอลเดี่ยว แม้ในการวางบิลบอลสเต็ปจะมีข้อแม้ว่าจะต้องพนันอย่างน้อย 2-3 คู่ขึ้นไปต่อบิล และต้องแทงถูกทุกคู่เท่านั้นจึงจะรับเงินได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดราคาพูล 1x2 ราคาน้ำอยู่ที่อัตราเดียวกัน (ตามตัวอย่าง คือ ราคาน้ำอยู่ที่ 28.00 เท่ากัน) นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังนำเสนอจำนวนราคาต่อรองบอลของการพนันบิลเดี่ยว (33+ อัตรา) มากกว่าแบบสเต็ป (20+ อัตรา) 

แทงบอลอย่างมีชั้นเชิง เรียนรู้วิธีเทียบราคาน้ำ และอัตราต่อรอง 

หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ และรู้สึกสนุกไปกับความซับซ้อนแต้มต่อฟุตบอลและราคาน้ำที่บรรดาเจ้ามือนำเสนอให้เดิมพัน นั่นหมายถึง คุณพร้อมที่จะกระโจนเข้าสู่ความท้าทายในการพนันและลุ้นเงินรางวัลจากทีมโปรดแล้ว! และจากข้อมูลที่เราระบุทั้งหมดในตอนต้น ทำให้เราเข้าใจได้ว่า ทั้งแต้มต่อฟุตบอล และราคาต่อรอง เป็นกิมมิคที่มีลูกเล่นแพรวพราวที่ทั้งเจ้ามือและผู้เดิมพันสามารถใช้ประโยชน์ได้ในหลายๆ รูปแบบ ขึ้นอยู่กับสไตล์และความถนัด อย่างไรก็ตาม การแทงบอลออนไลน์อย่างมีชั้นเชิง เราจะต้องไม่พลาดที่จะค้นหาและเปรียบเทียบราคาน้ำ พร้อมทั้งแต้มต่อบอล เพื่อค้นหาความคุ้มค่าสูงสุดในตลาด มาดูขั้นตอนง่ายๆ พร้อมกัน ที่นี่

1. เลือกเว็บมีหลายแพลทฟอร์ม ให้อัตราต่อรองบอลที่น่าเชื่อถือ

ขั้นตอนแรกซึ่งถือว่าเป็นสเต็ปสำคัญ ก็คือการเลือกผู้ให้บริการชั้นนำที่รองรับแพลทฟอร์มรับพนันกีฬาออนไลน์หลากหลาย เพื่อความสะดวกในการเปรียบเทียบและวางบิล ซึ่งคุณสามารถเลือกได้จากเว็บแทงบอลที่ผ่านการจัดอันดับของ Sports Ball Thai โดยแพลทฟอร์มที่ให้อัตราต่อรองบอลที่น่าเชื่อถือ ยกตัวอย่างเช่น SABA, BTi, CMD, Pinnacle, InplayMatrix  หรือแพลทฟอร์มโดยตรงจากผู้ให้บริการชั้นนำ เช่น mSports จาก M88 เป็นต้น

2. สมัครสมาชิก แล้วไปเช็คแต้มต่อบอลจากทุกแพลทฟอร์มกีฬา

เมื่อคุณเลือกเว็บพนันกีฬาที่มีหลายแพลทฟอร์มแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการสมัครสมาชิก จากนั้นเข้าสู่ทุกแพลทฟอร์มกีฬา เพื่อเปรียบเทียบราคาต่อรองบอลวันนี้ รวมถึงราคาน้ำของแมตช์ที่ต้องการเดิมพัน โดยวิธีการเปรียบเทียบคือ ดูจากตลาดที่คุณต้องการเดิมพัน เช่น คุณต้องการพนันแมตช์ A ที่แต้มต่อบอล (เอเชียนแฮนดิแคป) ที่เหย้าต่อให้ลูกควบลูกครึ่ง ก็ให้ดูที่ตลาดเดียวกันนี้บนทุกแพลทฟอร์ม เพื่อสำรวจการให้ราคาน้ำของแต่ละระบบ

3. ค้นหาแมตช์ จากนั้นเลือกเล่นกับแพลทฟอร์มที่ให้ราคาน้ำสูงสุด

ขั้นตอนสุดท้าย หลังจากที่คุณได้เห็นทั้งแต้มต่อบอลและราคาน้ำของแต่ละแพลทฟอร์มแล้วแล้ว ให้เลือกวางบิลกับระบบที่ให้ค่าน้ำสูงสุด เพราะเมื่อเปรียบเทียบแล้ว ด้วยเงินพนันที่เท่ากัน บนระบบที่ให้ค่าน้ำสูงกว่า คุณจะสามารถทำกำไรได้มากกว่านั่นเอง อย่างไรก็ตาม แต่ละแพลทฟอร์มอาจมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่แตกต่างกัน เช่น อัตราเงินพนันขั้นต่ำต่อตลาด หรือต่อบิล ซึ่งส่วนนี้ผู้เดิมพันสามารถตัดสินใจและเลือกใช้บริการได้ตามความต้องการเฉพาะของแต่ละคน

ทำไมราคาน้ำจากแต่ละแพลทฟอร์มถึงไม่เท่ากัน? 

เราเชื่อว่ามีแฟนบอลมือโปรจำนวนมากที่อยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของการกำหนดแต้มต่อบอล แม้จะสามารถเข้าใจได้ว่าทั้งราคาต่อรองบอลและค่าน้ำมาจากฟอร์ม ผลงาน และสถิติของแต่ละทีม แต่ในทางปฏิบัติแล้วเราก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าการกำหนดตัวเลขที่ส่งผลต่อการทำกำไรจากการเดิมพันนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วทำไมราคาบอลแมตช์เดียวกัน ตลาดเดียวกัน ถึงแตกต่างกันออกไปบนแต่ละแพลทฟอร์ม? มาไขข้อสงสัยเหล่านี้พร้อมๆ กันกับเรา

ใครกำหนดราคาต่อรองบอลเหล่านี้

ผู้กำหนดแต้มต่อบอล รวมถึงราคาต่อรองบอล เรียกว่า Odds Compiler หรืออาจรู้จักในอีกชื่อคือ Line Maker ซึ่งจะเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้และติดตามสถานการณ์ ฟอร์ม และผลงานของแต่ละทีมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความน่าจะเป็นได้อย่างมีศักยภาพ ที่กำหนดภาพรวมของการแข่งขันแต่ละรายการ และหน้าที่ของ Odds Compiler ได้แก่

  • รวบรวมข้อมูลและสถิติทั้งหมด แล้วคาดการณ์ความน่าจะเป็นของแต่ละตลาด 
  • กำหนดแต้มต่อฟุตบอล รวมถึงให้ค่าน้ำกับแต่ละตลาด/แมตช์อย่างเหมาะสม

ค่าน้ำไม่เท่ากันบนแต่ละแพลทฟอร์ม

หลังจากที่เราได้คำตอบแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังการกำหนดค่าน้ำและอัตราต่อรองฟุตบอล ก็มาถึงคำถามต่อไปว่า อัตราที่ไม่เท่ากันนี้เกิดจากอะไร? ตามหลักเหตุและผลก็สามารถให้คำอธิบายง่ายๆ ได้ว่า หลังจากที่ทีม Odds Compiler มีสถิติต่างๆ ในมือแล้ว ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำบนแต่ละแพลทฟอร์มต่างกัน ได้แก่ ค่าน้ำต้องแมตช์กับความเหมาะสมของทุนที่เจ้ามือรับพนันมีอยู่ ซึ่งราคาน้ำถูกประมาณการณ์ จากความเสี่ยงที่เจ้ามือจะต้องจ่ายให้กับผู้ชนะพนัน และทำกำไรจากผู้วางเดิมพันที่ทายไม่ถูก

จะรู้ได้อย่างไรว่าค่าน้ำที่ไหนคุ้มที่สุด

สำหรับนักเดิมพันมืออาชีพที่ต้องการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนของคุณให้สูงสุด วิธีการหลักๆ ที่คุณต้องทำ ได้แก่ การเปรียบเทียบราคาบอลระหว่างแพลทฟอร์ม ซึ่งจากความไม่แน่นอนของฟอร์ม ผลงาน รวมถึงสถานการณ์ในสนามของการแข่งขันแต่ละนัด ที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำบอล ทำให้ "การเปรียบเทียบค่าน้ำบอล" เป็นทางเดียวที่คุณจะสามารถรับอัตราต่อรองฟุตบอลที่ดีที่สุดได้ นอกจากนี้ การเลือกเดิมพันกับผู้ให้บริการชั้นนำยังเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่การันตีผู้เล่นอย่างเราๆ ได้เป็นอย่างดีว่าจะได้รับแต้มต่อบอลและค่าน้ำที่เป็นธรรม อยู่ภายใต้มาตรฐานและการตรวจสอบ พร้อมทั้งการเดิมพันอย่างมั่นใจกับเจ้ามือที่มีคุณภาพที่เราคัดสรรมาแล้ว ด้านล่างนี้

เว็บรับพนันชั้นนำที่ให้อัตราต่อรองบอลที่น่าเชื่อถือสูงสุด 2023

1
M88
4.9
UEFA เชียร์มันส์ สนั่นโลก โบนัส 100% สูงถึง 888 บาท
2
w88
W88
4.8
รับโบนัส 100% สูงถึง 3,000 บาท!
3
Fun88
4.8
โบนัสต้อนรับ SABA 150% สูงถึง 3,000฿ ยอดเทิร์น 18 เท่า
4
Kapook888
4.8
เมื่อเงินฝากครั้งแรก รับโบนัส 200% สูงสุดถึง 20,000บาท
5
JBO
4.7
คุ้มค่าบนทุกแพลทฟอร์ม IM , BTi และ SABA รับโบนัส 200%

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาบอล

ราคาบอลมีกี่ประเภท แล้วในไทยนิยมแบบไหน

ราคาบอล แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ อัตราต่อรองแบบเศษส่วน (อังกฤษ), อัตราต่อรองทศนิยม (ยุโรป) และราคาต่อรองมันนี่ไลน์ (อเมริกัน) โดยในไทยและเอเชียจะนิยมอัตราต่อรองบอลแบบทศนิยมเป็นหลัก ภายใต้รูปแบบของเอเชียนแฮนดิแคป คือมีการต่อให้กับทีมที่อ่อนกว่า

ทำไมราคาบอลถึงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

การเปลี่ยนแปลงแต้มต่อบอล หรือราคาน้ำ มักเรียกกันว่า "ราคาบอลไหล" ซึ่งเกิดขึ้นจากสถานการณ์ล่าสุดของทีม หรืออาจเป็นผลจากการกำหนดราคาของผู้รับเดิมพันแต่ละรายที่ปรับราคาบอลให้ไหลขึ้น-ลง เนื่องจากเหตุผลจำเพาะที่แตกต่างกันออกไป

แพลทฟอร์มไหนให้อัตราต่อรองบอลน่าเชื่อถือ

ระบบรับพนันกีฬาออนไลน์ในเอเชียมาตรฐานสูงและเป็นที่นิยมในเว็บพนันชั้นนำหลายราย ได้แก่ SABA, CMD, BTi, Pinnacle และ InplayMatrix ซึ่งหากเปรียบเทียบแล้วค่าน้ำบอลในตลาดหลักๆ จะมีอัตราที่เท่าๆ กัน เนื่องจากผ่านการกำหนดมาอย่างมีมาตรฐาน โดยคุณสามารถเดิมพันกับแพลทฟอร์มเหล่านี้ได้บน M88, Fun88, W88 และเจ้ามือรับพนันที่ผ่านการรับรองจาก Sports Ball Thai

เครื่องหมายติดลบ (-) ในค่าน้ำบอลหมายถึงอะไร

ค่าน้ำบอลติดลบ ในอัตราต่อรองแบบมาเลเซีย หมายถึง ค่าน้ำแดง ที่หากเราเลือกพนันที่ค่าน้ำนี้แล้วชนะ เราจะได้รับเงินรางวัล 1 เท่าของเงินที่วางเดิมพันไว้ และหากพนันแพ้ก็จะเสียเงินแค่ตามจำนวนของค่าน้ำนั้นๆ (ไม่เสียทั้งหมด) แต่โดยมากแล้วโอกาสที่จะชนะค่าน้ำแดงจะต่ำ และมักเป็นการตั้งราคาบอลในคู่ที่ฟอร์มห่างกันมากๆ 

ราคาน้ำที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูง คือราคาสูงหรือต่ำ

ราคาน้ำยิ่งต่ำ ยิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่า ซึ่งนี่คือรูปแบบในการกำหนดราคาน้ำของเจ้ามือรับเดิมพัน เพราะนั่นหมายถึง หากผู้เล่นยอมเสี่ยงที่จะพนันกับสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่า ก็จะสามารถรับเงินรางวัลที่มากกว่าได้ 

เราจะหาราคาบอลที่ดีที่สุดได้จากที่ไหน

ค่าน้ำบอลเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่เกิดจากปัจจัยของทีม การแข่งขันและเหตุการณ์ในสนาม รวมไปถึงเทคนิคการให้อัตราต่อรองโดยเจ้ามือแต่ละราย ดังนั้น การเปรียบเทียบค่าน้ำบอลจากเว็บรับพนันชั้นนำที่ได้มาตรฐาน คือวิธีที่ดีที่สุดในการคันหาและรับราคาบอลที่คุ้มค่า